drupal

ตัวอย่างเว็บที่ออกแบบด้วย drupal

รวมเว็บเก๋ ๆ ที่ทำด้วย drupal - kok's blog

เก็บเอาไว้ใน blog ตัวเองแล้ว เอามาแบ่งกันดูในนี้อีกทีครับ

Drupal 6.17 ออกแล้วครับ

Drupal 6.17 Released -drupal.org

Highlights of changes in this release include improvements of session cookie handling, better processing of big XML-RPC payloads, improved PostgreSQL compatibility, better PHP 5.3 and PHP 4 compatibility, improved Japanese support in search module, better browser compatibility of CSS and JS aggregation and improved logging for login failures. An incompatibility of Drupal 6.16's new lock subsystem with some contributed modules was also resolved. In total there were about 55 patches committed to improve Drupal 6.

in

Web design : web designer ควรที่จะเขียน code เป็นหรือไม่?

เป็นเรื่องที่ผมเจอมาจากคนรอบ ๆ ตัวและผมคิดว่าน่าจะเขียนเก็บเอาไว้ เป็นแนวทางสำหรับ (drupal) web designer ครับ

ก่อนเริ่ม

ก่อนอื่น ที่บอกว่าเขียน code เป็นในที่นี้คือนอกจาก html, css พื้นฐานแล้ว web design ควรที่จะเข้าใจหรือว่าพอเขียน code พวก javascript, php หรืออื่น ๆ ในแบบที่พอจะแก้เว็บเองได้บ้าง ไม่จำกัดว่าจะต้องใช้ drupal แต่ไหน ๆ ผมก็ใช้ drupal เป็นหลัก และเนื้อหาเว็บนี้เกี่ยวเนื่องกับ drupal อยู่เนือง ๆ อยู่แล้ว ผมเลยคิดว่าจะเขียนในแง่มุมการใช้งานหรือว่าการออกแบบ เว็บที่ทำด้วย drupal เป็นหลักก็แล้วกันนะครับ

ภาพรวม

ปรกติโดยทั่วไป การจะทำเว็บ ๆ นึงมักจะประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนหน้าตา และส่วนระบบของเว็บ สำหรับส่วนหน้าตาเว็บ พวก web designer นั้นสามารถจัดการได้อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่พอมาถึงเรื่องระบบหลังบ้าน มักจะไม่ได้จับส่วนนี้ในการออกแบบเว็บด้วย ซึ่งผมคิดว่า ถ้า web designer สามารถเข้าใจ code ในระบบหลังบ้านของเว็บด้วย น่าจะทำให้งานออกแบบเว็บนั้นสมบูรณ์มากขึ้น

อุปสรรค

เรื่องนี้เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนกับการที่เราวานให้เพื่อนไปซื้อของใน 7-11 ให้ ของบางอย่างอธิบายเป็นคำพูดได้ ของบางอย่างอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ซึ่งผลที่ตามมาคือ ถ้าวานไปสิบอย่าง มักจะได้มาไม่ครบ ไม่ก็ไม่ได้อย่างที่เราต้องการเสมอ

การทำเว็บโดยที่ web designer ไม่มีความรู้ความเข้าใจในระบบหลังบ้านของเว็บที่ตัวเองทำอยู่ ผมคิดว่าคงคล้าย ๆ กับตัวอย่างนี้ คือตอนทำเว็บก็จะมีปัญหาเรื่องการสื่อสารระหว่างทีมออกแบบ และทีมที่ทำระบบหลังบ้านเป็นตัวคั่น ทำให้การออกแบบนั้นกินเวลามากเกินความจำเป็น เพราะ web designer ไม่รู้ข้อจำกัดของระบบเว็บที่ใช้ ไม่รู้ว่าอะไรทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง และผมเชื่อว่าบ่อยครั้งคนออกแบบมักจะคิดไปไกลเกินกว่าที่ระบบเว็บจะทำได้ .. และถึงตอนทำจริง ๆ มักจะเสียเวลา เพราะต้องมานั่งหาทางออกกันใหม่ ซึ่งถ้า web designer พอจะเขียน code หรือว่าเข้าใจข้อจำกัดตรงนี้ น่าจะสามารถเลือกทางออกทดแทนได้ง่าย และเร็วกว่า หรือเลือกที่จะใช้วิธีอื่น ซึ่งทำให้เสียเวลาในกระบวนการทำเว็บน้อยลง

ข้อดี -ข้อด้อย

ข้อดี

  • ถ้านักออกแบบเว็บสามารถเขียน code หลังบ้านเองได้บ้าง ทำให้งานออกแบบทำได้ง่ายขึ้น เพราะคนทำเข้าใจตัวเว็บในภาพรวมมากขึ้น และการออกแบบในภาพรวม ผมเชื่อว่าน่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพราะมีการคิดและวางแผนตั้งแต่ต้นจนจบ

  • นักออกแบบทราบปัญหาและข้อจำกัดของระบบที่ใช้ - ตรงนี้ ถึงจะไม่ได้ทำระบบหลังบ้านเองทั้งหมด แต่น่าจะช่วยให้การทำงานง่ายเข้าเวลาทำงานร่วมกับนักพัฒนาคนอื่น เพราะรู้ว่าอะไรทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

  • ทำเว็บได้อย่างใจมากขึ้น เพราะเราสามารถแก้ code เองได้บ่อยเท่าที่ต้องการ โดยที่ไม่ต้องรอใครมาทำให้

  • ทำให้เราเข้าใจเว็บที่เราทำมากขึ้น สามารถแยกแยะปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ได้ว่าอะไรเกิดจากอะไร ส่วนไหนควรจะถูกแก้ที่ตรงไหน อย่างน้อยเวลาไปทำงานกับคนอื่น ผมคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นมากในการสื่อสาร

ข้อด้อย

  • คงจะมีข้อจำกัดในเรื่องระบบหลังบ้านบ้าง เพราะ web designer ที่มาจับระบบหลังบ้านเอง คงเขียน code ขึ้นมาแบบคนที่เรียนมาทางนี้โดยตรงไม่ได้ คงมีน้อยคนที่จะเรียนรู้ตรงนี้จนถึงขั้นเขียนโมดุลเองได้

ความคิดเห็น

ตัวผมเองมาจากสายงานออกแบบก่อนที่จะมาจับระบบหลังบ้านของ drupal ผมพบว่าผมสามารถทำเว็บในรูปแบบที่ผมต้องการได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการร้องของนักพัฒนาคนอื่นให้ทำให้ และการพัฒนาเว็บในลักษณะนี้ทำให้ผมมองการออกแบบเว็บในแง่มุมใหม่

เป็นแง่มุมที่การออกแบบนั้นไม่ได้คิดถึงเรื่องหน้าตาเว็บเพียงอย่างเดียว แต่จะรวมไปถึงการได้มาซึ่งเนื้อหา และการทำงานหลังบ้านตั้งแต่คนเริ่มส่งเนื้อหาเข้าเว็บ -> เป็นการออกแบบในภาพรวมที่สมบูรณ์มากขึ้น และเข้าใจเว็บที่ผมทำอยู่มากขึ้น มีหลายมิติที่ถ้าผมยังเป็นนักออกแบบที่คิดแต่เรื่องหน้าตาเว็บเพียงอย่างเดียว หรือถ้าผมเป็นนักพัฒนาระบบหลังบ้านของเว็บเพียงอย่างเดียว จะไม่มีโอกาสได้สัมผัส

ผมชอบครับ :)

ข้อเสนอแนะ สำหรับนักออกแบบเว็บทั่วไป ที่ออกแบบอย่างเดียว

ไม่ใช่เรื่องผิดที่คุณจะไม่เข้าใจระบบหลังบ้าน หรือบางคนคิดว่าไม่จำเป็น แต่การได้เรียนรู้ตรงนี้เอาไว้บ้าง มันจะทำให้คุณได้เปรียบนักออกแบบคนอื่น ตรงที่การออกแบบของคุณจะคำนึงถึงความเป็นจริงในหลาย ๆ มิติมากขึ้น หรือแม้แต่การเสียเวลาน้อยลงในการออกแบบ เพราะไม่ต้องเสียเวลาคิดในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในระบบจริง หรือไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องที่ไม่จำเป็น เพราะถ้าเราต้องลงมือทำเอง เรามักจะเลือกทางที่ดีที่สุด และเสียเวลาน้อยที่สุด ถูกไหมครับ ?

คุณจะเริ่มหัดจากตัว cms ตัวไหนก็ได้ครับ หลักการคล้ายกัน

ถ้าคุณอยากพัฒนางานออกแบบเว็บของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นเว็บส่วนตัว หรือเว็บที่ทำให้คนอื่น ผมคิดว่าการเรียนรู้ code หรือระบบหลังบ้านของเว็บบ้าง เป็นเรื่องที่ไม่น่ามองข้ามนะครับ

:)

ปรับปรุง blog ตัวเองใหม่อีกแล้ว :D

เมื่อคืนนั่งปรับ design ของ blog ตัวเองใหม่ ไปเห็น blog สวย ๆ ใน tumblr เต็มเลย เลยได้แรงใจให้ปรับปรุง blog ตัวเองใน layout เก๋ ๆ บ้าง

สิ่งที่ทำอย่างแรกเลยคือย้าย meta/details ต่าง ๆ ของแต่ละโพสไปไว้ด้านซ้าย แล้วลดความสำคัญลงด้วยการใช้สีเข้มมาก ๆ แล้วเอาเนื้อหาของโพสไว้ด้าขวา

ตอนนี้ยังดูเอียง ๆ อยู่ แต่น้อยลงกว่าเดิม เดี๋ยวจะลองดูอีกสักระยะ ว่าสีกับตำแหน่งที่ปรับใหม่นั้นอ่านได้สบายตาดีหรือเปล่า

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้คือ

  • การ theme การแสดงผลของ view ใหม่ โดยการตัด markup ที่ไม่จำเป็นใน theme ที่ view สร้างออก แล้วเขียนขึ้นมาใหม่เอง :)

Web Design แบบ 50:50

แนวคิดการออกแบบเว็บแบบ 50:50 - kok.macmuemai.com

คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจออกแบบเว็บไซท์ (ไม่ว่าจะทำด้วย drupal หรือเปล่า) สำหรับผู้ที่อยากลองหาแนวทางการออกแบบใหม่ ๆ ให้กับเว็บตัวเอง เก๋ไปอีกแบบนะครับ